♻️ ส.อ.ท. จับมือ กนอ. MTEC และ ศสอ. ขับเคลื่อน "Maptaphut End of Waste Sandbox" ปั้นมาบตาพุดสู่เมืองอุตสาหกรรมหมุนเวียนต้นแบบ พร้อมต่อยอดสู่ Low Carbon City เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารอันตรายและของเสีย (ศสอ.) ประชุมติดตามความก้าวหน้า "Maptaphut End of Waste Sandbox" การพัฒนาระบบนิเวศการนำวัสดุเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวทาง End of Waste (EoW) การประชุมได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดย ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี คุณบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคุณปรีดา วัชรเธียรสกุล ประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change, คุณวิสุทธ จงเจริญกิจ คุณสุภาวิณี กฤษณวัฒนา, คุณสุมิตรา วิทิตกนกธำรง, ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ รองประธานสถาบันฯ คุณพิษณุ จารุพัฒนะสิริกุล, คุณพร้อมพร อิศรางกูร ณ อยุธยา, คุณสุรจิต สถาพรวลัยรัตน์ กรรมการสถาบันฯ, รวมถึงคณะทำงานจาก MTEC และผู้แทนจาก ศสอ. เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนโครงการร่วมกัน *ยกระดับมาบตาพุดสู่พื้นที่ต้นแบบ End of Waste* เป้าหมายสำคัญของการประชุม คือ การผลักดัน Maptaphut End of Waste Sandbox ให้เป็นพื้นที่นำร่องการจัดการวัสดุเหลือใช้แบบวงจรปิด (Closed-loop Waste Management) และสร้างเครือข่ายพึ่งพากันระหว่างภาคอุตสาหกรรม (Industrial Symbiosis) โดยเชื่อมโยงของเสียหรือผลพลอยได้จากโรงงานหนึ่งให้สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบทุติยภูมิ (Secondary Raw Materials) ของอีกโรงงานหรืออุตสาหกรรมหนึ่งได้อย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานรองรับ การขับเคลื่อน End of Waste จะครอบคลุมทั้งการศึกษาคุณสมบัติและศักยภาพของวัสดุ การกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานคุณภาพ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดจนการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการอนุญาตที่ยังเป็นอุปสรรค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ใช้วัสดุ และหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนต่อยอดผลสำเร็จจากพื้นที่นำร่องไปยังนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่อื่นทั่วประเทศ *ต่อยอดสู่การจัดการ Climate Risk และ Low Carbon City* ส.อ.ท. ได้เสนอแนวทางขยายความร่วมมือกับ กนอ. ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การประเมินและบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) และการกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมสามารถประเมินความเสี่ยง วางแผนปรับตัว ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและคาร์บอนต่ำ กลไกและแนวทางทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยภาคอุตสาหกรรมในการลดต้นทุนการผลิตและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากการหมุนเวียนของเสียกลับมาใช้ใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานจะช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ นำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Industry) อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 5I ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในด้าน I5 การพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Industry) ผสานกับการขับเคลื่อน Circular Transformation เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากลต่อไป ความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. กนอ. MTEC และ ศสอ. จึงเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนากลไก End of Waste ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ พร้อมสร้างต้นแบบระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถขยายผลเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว





















