📍 “Climate–Water” โจทย์ใหม่ภาคอุตสาหกรรม เร่งอุตสาหกรรมไทยสร้างความยืดหยุ่น รับ Green Transition ส.อ.ท. ชี้การเปลี่ยนผ่านสีเขียวต้องไปไกลกว่าการลดคาร์บอน โดยต้องเตรียมภาคอุตสาหกรรมรับมือความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุน ความต่อเนื่องของการผลิต และห่วงโซ่อุปทาน พร้อมผลักดัน Climate Adaptation, Water Economy และ Just Transition ให้เกิดขึ้นจริงและทั่วถึง เมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change เข้าร่วมงาน ESG Symposium 2026: “ASEAN in Action – Powering Inclusive Green Transition” ณ อาคาร SCG Multi-Purpose Building สำนักงานใหญ่ SCG เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของอาเซียน และการเตรียมภาคธุรกิจรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในโจทย์สำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งเตรียมพร้อม คือ Climate Adaptation เนื่องจากความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศไม่ได้กระทบเฉพาะสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจ ทั้งความมั่นคงของทรัพยากร ต้นทุนการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการ “รับรู้ความเสี่ยง” ไปสู่การวางแผนปรับตัวที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง “น้ำ” จึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ของภาคอุตสาหกรรม โดยภายในงานมีการจัด Roundtable – Session 2: “BLUE SHIFT 2026 – Decoding the Water Economy for a Resilient Future” แลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการ Water Economy เพื่อสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นให้กับภาคเศรษฐกิจและภาคการผลิต ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การรับมือภัยแล้งและอุทกภัย ตลอดจนการวางระบบบริหารจัดการน้ำที่รองรับความเสี่ยงในอนาคต ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำจำเป็นต้องคำนึงถึง Just Transition หรือการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม โดยต้องสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ความสามารถในการแข่งขัน และผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดระบบเศรษฐกิจ ทั้งแรงงาน ผู้บริโภค SMEs เกษตรกร และชุมชน ในประเด็นดังกล่าว Saraburi Sandbox ถูกนำเสนอเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการขับเคลื่อน Just Transition ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน หรือ Public–Private–People Partnership (4P) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่สามารถกระจายโอกาสและสร้างประโยชน์ร่วมกันในระดับพื้นที่ สำหรับ ส.อ.ท. ประเด็น Climate Adaptation, Water Economy และ Just Transition สอดคล้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5I โดยเฉพาะ I5: Inclusive Sustainability ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุน SMEs การลดคาร์บอน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างความพร้อมให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถรับมือกับความเสี่ยงใหม่ ๆ ส.อ.ท. มองว่า Green Transition จะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อ “ความยั่งยืน” เดินไปพร้อมกับ “ความสามารถในการแข่งขัน” โดยการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล เทคโนโลยี เงินทุน และความร่วมมือ จะเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนความเสี่ยงจาก Climate Change ให้กลายเป็นโอกาสในการยกระดับประสิทธิภาพ สร้างความยืดหยุ่น และเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว





















