อบก. สสว. และ ส.อ.ท. ร่วมยกระดับ SME ไทยด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) เสริมศักยภาพผู้ประกอบการสู่ Green Supply Chain องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานประชุมสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนิน “โครงการส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย ด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP)” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ ห้องพีโอนี ชั้น 6 อาคารล็อบบี้ โรงแรม ทีเค พาเลส แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถนำข้อมูลคาร์บอนไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ Green Supply Chain ภายในพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ อบก. พร้อมด้วย คุณนิธิวดี สมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน สสว. ร่วมกล่าวเปิดงาน เพื่อแสดงถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถปรับตัวต่อบริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเตรียมความพร้อมต่อแนวโน้มการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และคุณปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ส.อ.ท. กล่าวต้อนรับผู้บริหาร หน่วยงานภาคีความร่วมมือ ผู้ประกอบการ SME และผู้เข้าร่วมงาน พร้อมเน้นย้ำบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และแนวทางสนับสนุนด้านการจัดการข้อมูลคาร์บอน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Supply Chain จากนั้น ดร.สนธยา กริชนวรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรม ส.อ.ท. ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวรายงานภาพรวมและผลการดำเนินงานภายใต้ โครงการส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย ด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) โดยกล่าวถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ SME ไทยต่อบริบทการแข่งขันทางการค้าในยุคคาร์บอนต่ำ ซึ่งปัจจุบันภาคธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญกับข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์มากขึ้น รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ภายใต้โครงการ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ไทย โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย 1. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) โดยโครงการได้เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SME เข้าร่วม การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) จำนวน 80 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการประเมิน CFP กระบวนการจัดเก็บข้อมูลกิจกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนแนวทางการนำข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ และเตรียมความพร้อมต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก 2. การส่งเสริมและสนับสนุนสถานประกอบการ SME ในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ โดยโครงการเปิดรับสมัครสถานประกอบการ SME เข้าร่วมกระบวนการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ โดยมีสถานประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 108 สถานประกอบการ และผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 14 สถานประกอบการ 14 ผลิตภัณฑ์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคและการประเมิน CFP สถานประกอบการที่ได้รับคัดเลือกได้รับการสนับสนุนตั้งแต่การกำหนดขอบเขตการประเมิน การจัดเก็บข้อมูลกิจกรรม การวิเคราะห์ข้อมูล การคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดทำข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการรับรอง CFP โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์จุดที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง (Carbon Hotspot) และนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงกระบวนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดคาร์บอนต่ำ 3. การพัฒนาและประยุกต์ใช้เครื่องมือสนับสนุนด้านข้อมูลคาร์บอนผ่าน CFP/CBAM Platform โดยโครงการได้นำข้อมูลผลการประเมิน CFP ของสถานประกอบการเข้าสู่ CFP/CBAM Platform ที่พัฒนาโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อทดลองใช้งานด้วยข้อมูลจริง เปรียบเทียบผลการประเมิน และรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน เพื่อนำไปสนับสนุนการพัฒนาระบบให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนของผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลจากการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างผลการประเมินภายใต้โครงการกับข้อมูลบน CFP/CBAM Platform พบว่ามีความสอดคล้องกัน สะท้อนถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มในการเป็นเครื่องมือสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถเรียนรู้ ประเมิน วิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงช่วยเตรียมความพร้อมต่อมาตรการด้านคาร์บอนในระดับสากล เช่น CBAM สนับสนุนการส่งต่อข้อมูล CFP ระหว่างผู้ผลิตและคู่ค้า และสร้างความเข้มแข็งให้กับ Green Supply Chain 4. ร่างผลการศึกษาแนวทางกลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุน SME สู่ Green Supply Chain โดยโครงการได้ดำเนินการศึกษาแนวทางและรูปแบบกลไกทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ โดยมุ่งศึกษาปัจจัย ข้อจำกัด และความต้องการของผู้ประกอบการ รวมถึงแนวทางการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินสีเขียว (Green Finance) เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านการปรับปรุงกระบวนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อแนวโน้มตลาดอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภายในงานมีพิธีมอบประกาศเกียรติบัตรแก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการ SME ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่การผลิตที่ยั่งยืน โดยมีสถานประกอบการที่ได้รับประกาศเกียรติบัตร จำนวน 14 แห่ง ได้แก่ 1. บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด 2. บริษัท โคเซล (ประเทศไทย) จำกัด 3. บริษัท ซีไอจี บลูโซลูชั่นส์ จำกัด 4. บริษัท ดี.ซี.แอล. พลาสติก จำกัด 5. บริษัท บีเอ็นเอส อุตสาหกรรมไม้ จำกัด 6. บริษัท เมกก้าคลีน โปรดักส์ จำกัด 7. บริษัท แม่กลองคอนกรีต จำกัด 8. บริษัท วาสเซอร์แคร์ จำกัด 9. บริษัท เวิลด์เพ็ท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 10. บริษัท แสงชัยอินโนเวชั่น จำกัด 11. บริษัท สินเจริญ วีเนียร์ แอนด์ พลายวู้ด จำกัด 12. บริษัท สหศิลป์ รีเวทอินดัสเทรียล จำกัด 13. บริษัท เอดับบลิวดี อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด 14. บริษัท อุตสาหกรรมสเตนเลสเคหภัณฑ์ จำกัด นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และผลการประเมิน CFP ของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเผยแพร่ตัวอย่างการนำข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ไปใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต รวมถึงสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม ช่วงท้ายของงานมีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “การยกระดับ SME ไทยด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ กลไกทางการเงิน และเครื่องมือสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ Green Supply Chain” โดยมี ดร.สนธยา กริชนวรักษ์ หัวหน้าโครงการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วยผู้ร่วมเสวนาจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบด้วย 1. คุณพวงพันธุ์ ศรีทองผู้จัดการ สำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ อบก. 2. คุณนิธิวดี สมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน สสว. 3. คุณอาย์ลิสา ฤทัยทวีทรัพย์ Business Development Director บริษัท สหศิลป์ รีเวทอินดัสเทรียล จำกัด 4. คุณมนธิดามาลาย บุปผา Business Development Manager บริษัท แกรนดี้ อินเตอร์เทรด จำกัด โดยผู้ร่วมเสวนาได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) ในการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SME ไทย การนำข้อมูลคาร์บอนไปใช้ในการพัฒนากระบวนการผลิต การเตรียมความพร้อมต่อมาตรการด้านคาร์บอนและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก รวมถึงแนวทางสนับสนุนผ่านกลไกทางการเงินและเครื่องมือสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านของ SME ไทยสู่ Green Supply Chain อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง อบก. สสว. และ ส.อ.ท. ในการสร้างระบบสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือดิจิทัล และกลไกสนับสนุนที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยสอดคล้องกับนโยบาย 5I ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ Intelligent Industry ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น CFP/CBAM Platform มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนอย่างเป็นระบบ Innovation & Creative Industry ผ่านการใช้ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ International Alliance & Network ในการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ SME ต่อมาตรการด้านคาร์บอนระหว่างประเทศ เช่น CBAM และการเชื่อมโยงข้อมูลคาร์บอนกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก รวมถึง Inclusive & Sustainable Growth ผ่านการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือสนับสนุน และกลไกทางการเงิน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Supply Chain อย่างเป็นรูปธรรม





















