ส.อ.ท.–กนอ. ผนึกกำลังขับเคลื่อน Map Ta Phut Sandbox วางต้นแบบ Circular Economy และ Industrial Symbiosis สู่การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน 24 สิงหาคม 2569 สถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นำโดย นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change พร้อมคณะกรรมการสถาบันฯ เข้าพบ นางบุปผา กาวินวัง รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อหารือบทบาทและแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อน Map Ta Phut Sandbox สู่พื้นที่ต้นแบบด้าน Circular Economy (CE) และ Industrial Symbiosis มุ่งสร้างระบบที่เอื้อต่อการนำ Waste และ By-product กลับมาใช้เป็นทรัพยากรและวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม พร้อมวางแนวทางต่อยอดและขยายผลไปยังพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอื่นในอนาคต การหารือให้ความสำคัญกับการพัฒนา Waste / By-product Database เพื่อให้ทราบประเภท แหล่งที่มา ปริมาณ และศักยภาพในการใช้ประโยชน์ พร้อมเชื่อมโยง Supply–Demand Matching ระหว่างผู้มีวัสดุเหลือใช้และผู้ต้องการใช้ประโยชน์ ควบคู่กับการพัฒนา Traceability เพื่อติดตามเส้นทางของวัสดุตั้งแต่ออกจากโรงงานจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ปลายทาง โดยข้อมูลที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบย้อนกลับได้ จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนากลไกการอนุญาตให้มีประสิทธิภาพและคล่องตัวยิ่งขึ้น อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การพัฒนาหลักเกณฑ์การจำแนก By-product และ Waste ที่ชัดเจน เพื่อเอื้อต่อการนำวัสดุที่ยังมีศักยภาพกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม โดย Map Ta Phut Sandbox จะเป็นพื้นที่นำร่องในการเชื่อมโยง Waste Inventory → Supply–Demand Matching → Traceability → Waste Processing → Industrial Symbiosis → Regulatory & Licensing Mechanism ให้เกิดเป็นระบบนิเวศการหมุนเวียนทรัพยากรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่อุตสาหกรรม จากการหารือ ได้วางแนวทางจัดตั้ง Working Team ร่วมกันใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ การบริการและสนับสนุนผู้ประกอบการ และ Climate Risk เพื่อกำหนด Scope, Role และ Action Plan ในระยะต่อไป สอดคล้องกับ I ที่ 5: Inclusive Sustainability ภายใต้นโยบาย 5I ของ ส.อ.ท. ที่มุ่งเชื่อมโยงทุกภาคส่วนให้ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมพัฒนา Map Ta Phut Sandbox สู่ต้นแบบ Circular Industrial Ecosystem ที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน





















