
รวมความเชี่ยวชาญด้านน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ไว้ในสถาบันเดียว
ชื่อใหม่ · ภารกิจที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ชื่อใหม่ · ภารกิจที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

สถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน

สถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รวมความเชี่ยวชาญด้านน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ไว้ในสถาบันเดียว
เปลี่ยนกากอุตสาหกรรมที่ผ่านการจัดการอย่างเหมาะสมให้กลับเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้ เมื่อมีการใช้ประโยชน์ชัดเจน มีตลาดรองรับ เป็นไปตามกฎหมาย/มาตรฐาน และปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
Policy & Regulation
เปลี่ยนกากอุตสาหกรรมที่ผ่านการจัดการอย่างเหมาะสมให้กลับเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้ เมื่อมีการใช้ประโยชน์ชัดเจน มีตลาดรองรับ เป็นไปตามกฎหมาย/มาตรฐาน และปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
รู้จัก End of Waste
4 Key Criteria
หลักเกณฑ์ End-of-Waste ที่ใช้ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. เป็นกรอบผลักดัน ประกอบด้วย 4 เงื่อนไขหลัก
วัสดุมีวัตถุประสงค์การใช้งานที่เฉพาะและชัดเจน (Specific use)
มีตลาดรองรับหรือมีความต้องการใช้วัสดุนั้นอย่างชัดเจน (Market or demand)
วัสดุต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางเทคนิค กฎหมาย และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน/ผลิตภัณฑ์นั้น
การนำวัสดุไปใช้ต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบโดยรวมต่อสุขภาพ อนามัย และสิ่งแวดล้อม
ในทางปฏิบัติ:ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการยังต้องตรวจสอบ Waste Code แหล่งกำเนิด คุณสมบัติ/องค์ประกอบ วิธีการปรับปรุงคุณภาพ การใช้ประโยชน์ปลายทาง ผู้รับวัสดุ และข้อกำหนดการอนุญาต/รายงานตามกฎหมายกากอุตสาหกรรมที่ใช้บังคับอยู่ รวมถึงจัดทำหลักฐานผลทดสอบหรือมาตรฐานคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับวัสดุนั้น
From Waste to Value
ของเสียอุตสาหกรรม
คัดแยกและจัดการอย่างเหมาะสม
ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย
วัตถุดิบรองหรือผลิตภัณฑ์ใหม่
End-of-Waste เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้วัสดุที่เดิมมีสถานะเป็นของเสียและผ่านกระบวนการนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในฐานะวัตถุดิบทุติยภูมิ (Secondary Raw Material) หรือผลิตภัณฑ์ได้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมในฐานะของเสียตลอดวงจร
สำหรับประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. และหน่วยงานภาคีอยู่ระหว่างผลักดันการพัฒนาเกณฑ์ End-of-Waste รายวัสดุ โดยยึดหลัก 4 เงื่อนไขสำคัญ ขณะที่การจัดการกากอุตสาหกรรมในปัจจุบันยังต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 และกฎ/ประกาศที่เกี่ยวข้อง จนกว่าจะมีเกณฑ์เฉพาะที่กำหนดสถานะวัสดุนั้นอย่างชัดเจน
วัตถุประสงค์หลัก คือ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการกำจัดของเสีย เพิ่มมูลค่ากากอุตสาหกรรม ส่งเสริม Industrial Symbiosis และสร้างความเชื่อมั่นว่าวัสดุหมุนเวียนมีคุณภาพและความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการใช้งานต่อ
กรอบหลักเกณฑ์การสิ้นสุดความเป็นของเสีย (End-of-Waste Criteria) สำหรับกากอุตสาหกรรม/วัสดุที่ผ่านการนำกลับมาใช้ประโยชน์
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 และประกาศ/หลักเกณฑ์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
EU Waste Framework Directive 2008/98/EC, Article 6 – End-of-waste status
หมายเหตุ:ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการพัฒนาเกณฑ์ End-of-Waste รายวัสดุ จึงยังไม่มี “กฎหมาย End-of-Waste ฉบับเดียว” ที่ครอบคลุมวัสดุทุกประเภท
ระบุชนิดกาก รหัสของเสีย แหล่งกำเนิด ปริมาณ และคุณสมบัติสำคัญให้ชัดเจน
กำหนดว่าวัสดุจะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบ/ส่วนผสม/ผลิตภัณฑ์อะไร และใครเป็นผู้ใช้
มีผู้รับซื้อ/ผู้ใช้จริง ปริมาณและคุณภาพที่ต้องการ รวมถึงความต่อเนื่องของตลาด
พิจารณากฎหมายโรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม มาตรฐานผลิตภัณฑ์/อุตสาหกรรม และข้อกำหนดเฉพาะของการใช้ปลายทาง
วิเคราะห์องค์ประกอบ สารปนเปื้อน และคุณสมบัติทางเทคนิคตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
เก็บข้อมูลตั้งแต่แหล่งกำเนิด การขนส่ง การแปรรูป จนถึงผู้ใช้ปลายทาง เพื่อพิสูจน์การใช้ประโยชน์จริง
หากยังไม่มีเกณฑ์ End-of-Waste เฉพาะสำหรับวัสดุนั้นให้ดำเนินการภายใต้กฎหมายการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ใช้บังคับ และหารือหน่วยงานกำกับก่อนเปลี่ยนสถานะหรือจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์
หากดำเนินการไม่สอดคล้องกับกฎหมาย วัสดุยังคงมีสถานะเป็น “สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว/ของเสีย” และต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดการจัดเก็บ การนำออกนอกโรงงาน การขนส่ง การรับดำเนินการ และการรายงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การนำกากออกหรือใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต/ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข การรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ความรับผิดจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ตลอดจนการถูกสั่งแก้ไข ระงับการดำเนินการ หรือรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ด้านธุรกิจ อาจเสียโอกาสในการจำหน่ายวัสดุหมุนเวียน ถูกคู่ค้าปฏิเสธ หรือไม่สามารถพิสูจน์คุณภาพ ความปลอดภัย และที่มาของวัสดุได้
หมายเหตุ:ควรตรวจสอบประกาศ/เกณฑ์รายวัสดุฉบับล่าสุดกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนนำไปใช้จริง เนื่องจากเกณฑ์ End-of-Waste ของไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นรายวัสดุ